เตรียมรับมือกับความเครียด
เตรียมรับมือกับความเครียด
รศ.กนกรัตน์ สุขะตุงคะ
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์
Faculty of
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ความเครียด เป็นสิ่งหนึ่งที่เชื่อได้ว่าไม่มีใครอยากมีหรืออยากให้เกิด แต่เราสามารถห้ามไม่ให้เกิดได้ หากเรามีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของความเครียดจะทำให้เราเข้าใจและป้องกันและขจัดความเครียดของตนเองได้
ความเครียดเป็นสภาวะที่บุคคลรู้สึกไม่เป็นสุขซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเองหรือจากการถูกเร้าด้วยบางสิ่งบางอย่างในสิ่งแวดล้อมที่อยู่ก็ได้ มีผู้จำแนกที่มาและการแสดงออกของความเครียดไว้ดังนี้
จากสิ่งเร้า เช่นความกดดันจากเวลา ความคับข้องใจในความสัมพันธ์กับคนบางคนหรืออุบัติเหตุ
เป็นเรื่องของการที่บุคคลรับรู้ คาดหวัง ตีความ และจัดการกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ประสบ
เกิดจากการที่ความต้องการของบุคคลไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เป็นจริงในสิ่งแวดล้อม
อาการทางสรีระต่างๆ เป็นสิ่งที่บอกถึงการมีความเครียดกดดันอยู่ เช่น เหงื่อออกมาก ใจสั่น หายใจหอบถี่ หน้าซีด ปวดท้อง ปั่นป่วน วิงเวียน ปวดศีรษะ เป็นต้น
สาเหตุทางกายความเครียดในที่ทำงานมาจาก
สิ่งเร้าทางกายภาพ เช่น มลพิษต่างๆในที่ทำงาน ทั้งกลิ่น เสียง ฝุ่น ความร้อน ความเย็น สารเคมี สารพิษ ความสกปรก
ลักษณะงาน เช่น ความกดดันจากเวลางาน งานหนักหรือซับซ้อน งานซ้ำซากจำเจ หรือเครื่องมืออุปกรณ์ไม่สมบูรณ์ หรือเสียบ่อย
บทบาท เช่น ไม่ชัดเจนหรือขัดแย้งกัน มีการทำงานที่ทับซ้อนหรือก้าวก่ายกัน
ลักษณะสังคม เช่น มีปัญหากับหัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน มีปัญหาการปรับตัวทางเพศที่ไม่เหมาะสม มีม็อบ และความรุนแรง หรือการที่ต้องทำงานกับคนที่เรื่องมากจุกจิกจู้จี้กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
เวลางาน เช่น ระยะเวลาทำงาน การเข้าเวร หรือทำงานเป็นกะ การมีช่วงเวลาทำงานที่นานเกินไปหรือการทำงานล่วงเวลา
ตำแหน่งงาน เช่น ความมั่นคงและโอกาสของความก้าวหน้ามีน้อย
อุบัติเหตุ เช่น การประสบอุบัติเหตุจากงานที่ทำ ทำงานที่เสี่ยงอันตรายหรือการได้รับพิบัติภัยของที่ทำงาน กลุ่มทหาร ตำรวจ หรือพนักงานดับเพลิงอยู่ในกลุ่มเสี่ยงนี้
การเปลี่ยนแปลงขององค์กร เช่น การต้องรวมกับที่อื่นเพื่อความอยู่รอด การลดขนาด รวมทั้งการนำเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยมาใช้ อาจจะทำให้รู้สึกหวั่นไหวต่อความมั่นคงในงานได้
ความคิดความเชื่อที่นำไปสู่ความเครียด
แสวงหาความพึงพอใจอย่างฉาบฉวย เพ้อฝันสร้างวิมานในอากาศ
เลี่ยงการทำงานให้สำเร็จ ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ
เฉื่อยชา ไม่เรียนรู้จากประสบการณ์ทำให้ทำผิดซ้ำๆ
ไม่อดทนต่อสิ่งที่มากระทบ หันไปหลงใหลไสยศาสตร์
จู้จี้เจ้าระเบียบ ไม่ยืดหยุ่น
หลีกเลี่ยงที่จะพัฒนาตัวเอง ฯลฯ
ความคิดความเชื่อที่ทำให้ปรับตัวได้
ยอมรับความเป็นจริงในภาวะต่าง ๆ และพร้อมที่จะเผชิญหน้าและแก้ไขอย่างยืดหยุ่น
เชื่อมั่นในตนเองและมีความมั่นคงเข้มแข็งทางจิตใจ
ยอมรับปมด้อยของตัวเอง แต่ไม่ท้อถอยที่จะสร้างสิ่งทดแทน
ขอความช่วยเหลือจากคนข้างเคียงหรือสังคมในแง่กำลังใจ วัตถุ เงินทองเมื่อจำเป็น
ระมัดระวังป้องกันอันตรายอย่างเหมาะสม
ใจกว้าง สนใจและสามารถยอมรับความคิดเห็นคนอื่นๆ ได้
เรียนรู้จากความผิดพลาด
มีความมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพในการดำเนินชีวิต
เทคนิคการผ่อนคลายความเครียด
ระบายกับบุคคลที่ไว้วางใจ
ทำงานอดิเรกที่ชอบเช่น กีฬา ดนตรี ศิลปะ ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์เลี้ยง
ฝึกการหายใจอย่างถูกต้องให้ออกซิเจนเข้าถึงปอดได้เต็มที่
สร้างจินตนาการถึงสิ่งที่ทำให้มีความสุขและรู้สึกผ่อนคลาย
ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดความตึงเครียดทางร่างกาย จิตใจก็จะผ่อนคลายตามมา
การปรับความคิดให้เหมาะสมคือ อยู่กับสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น ไม่ติดอยู่กับเรื่องในอดีตที่ผ่านไปแล้วหรือกังวลกับเรื่องในอนาคตที่ยังมาไม่ถึงมากเกินไป
การผ่อนคลายด้วยวิถีตะวันออก เช่น การทำสมาธิ โยคะ ชิกง ไท้เก็ก การนวด การทำอโรม่า เป็นต้น

