เทคนิคเบื้องต้นสำหรับการให้ความช่วยเหลือในคลินิกคลายเครียด
เทคนิคเบื้องต้น
สำหรับการให้ความช่วยเหลือในคลินิกคลายเครียด
รศ.ดร.สุชีรา ภัทรายุตวรรตน์
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์
Faculty of
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ในภาวะของผู้ที่มีความเครียดนั้น มีหลายคนที่รู้เพียงว่า รู้สึกเครียดอันเนื่องมาจาก
-ความไม่สบายใจ
-คิดว่ามีปัญหา แก้ปัญหาไม่ตก ตัดสินใจไม่ได้ ชีวิตมีอุปสรรค
-อยู่ในสถานการณ์คับขัน ถูกจุดชนวนให้เกิดความเครียด ถูกข่มขู่ ถูกท้าทาย ทำอะไรไม่ได้หรือไม่ได้ดังใจ
การให้บริการช่วยเหลือ มีขั้นตอนพื้นฐาน 4 ขั้นตอน ดังนี้
1. การสร้างสัมพันธภาพ มีเทคนิคดังนี้
-ทักทาย
-ถามสารทุกข์สุขดิบ
-การใส่ใจ
-แนะนำตัวและแนะนำบริการ
-ตกลงการให้ความช่วยเหลือ
2. การสำรวจปัญหาความเครียดที่มีผลกระทบต่อผู้รับบริการ
เป็นการช่วยให้เกิดการตระหนักในเรื่องของความเครียด แม้ว่าปัญหาของผู้รับบริการจะมีมากมายและมีความหมกมุ่น ครุ่นคิดอยู่กับปัญหาและ/หรืออารมณ์ที่เกิดขึ้น แต่ปัญหาทั้งปวงนั้นมีกระบวนการที่ก่อให้เกิดความเครียดเหมือนกันหมด คือความเครียดจะส่งผลกระทบได้ใน 4 ด้าน ดังนี้คือ
2.1 ทางกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดเอว ท้องอืดเฟ้อ หายใจไม่อิ่ม เป็นต้น
2.2 อารมณ์ เช่น วิตกกังวล หงุดหงิด งุ่นง่าน เบื่อหน่าย ท้อแท้ เป็นต้น
2.3 ความคิด เช่น มีทัศนคติในทางลบ มองโลกในแง่ร้ายและสับสน เป็นต้น
2.4 พฤติกรรม เช่น นอนไม่หลับ กินมากกว่าปกติ ย้ำคิดย้ำทำ เป็นต้น การช่วยให้ผู้รับบริการได้รับรู้ถึงความเครียดของตนเองได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเข้าใจในการจัดการกับความเครียดได้ด้วยตนเองอย่างเหมาะสมในแต่ละคน เทคนิคที่ใช้ เช่น
-การฟัง
-การทวนความ
-การถาม
-การสะท้อนความรู้สึก
-การสรุปความ สรุปประเด็น
3. การโยงถึงความสัมพันธ์ของความเครียด กับผลกระทบที่เกิดขึ้นทางด้านร่างกาย อารมณ์ ความคิดและพฤติกรรมที่ได้จากขั้นตอนที่ 2
ในแต่ละคนจะได้รับผลกระทบจากความเครียดในด้านต่าง ๆ ได้แตกต่างกัน การให้ความกระจ่างในเรื่องของผลกระทบว่ามีสาเหตุจากความเครียดนั้นจะช่วยให้ผู้รับบริการเริ่มตระหนักรู้ว่ามีสัญญาณบอกให้ทราบว่ามีความเครียดเกิดขึ้นแล้วและมีในระดับใด ซึ่งผู้รับบริการจะต้องรีบจัดการกับความเครียดนั้นเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดความเครียดเพิ่มขึ้นอันจะนำไปสู่ภาวะที่เป็นโรคต่อไป เทคนิคที่ใช้ คือการให้ความกระจ่างเกี่ยวกับ
-การตระหนักรู้เกี่ยวกับความเครียดที่เกิดขึ้น
-กลไกในวิธีการช่วยเหลือ
4. การฝึกวิธีการจัดการกับความเครียด
ผู้ให้บริการทำการฝึกปฏิบัติให้แก่ผู้รับบริการในการผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีต่าง ๆ ซึ่งอาจใช้ได้หลายวิธี เช่น
-การฝึกการหายใจ
-การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
-การปรับเปลี่ยนความคิด
-การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
-การฝึกการผ่อนคลายด้วยวิธีอื่น ๆ แล้วแต่ความเหมาะสม เช่น การใช้ Biofeedback การฝึกสมาธิ เป็นต้น
การเลือกวิธีการจัดการกับความเครียดนั้น ในแต่ละวิธีอาจเหมาะสมอาการแบบหนึ่งหรืออาจใช้หลาย ๆ วิธีควบคู่กันไปก็ได้ ดังนั้น แต่ละคนสามารถใช้วิธีการผ่อนคลายได้ไม่เหมือนกัน และหากสามารถผ่อนคลายได้ทั้งทางกายและจิตใจได้ก็จะเป็นการดี
5. การวางแผนในการฝึกปฏิบัติ
ผู้ให้บริการจะต้องช่วยให้ผู้รับบริการสามารถนำไปฝึกปฏิบัติได้จริงด้วยตนเอง การฝึกปรือเท่านั้นที่จะช่วยให้ผู้บริการสามารถจัดการกับความเครียดให้กับตัวเองได้ ผู้ให้บริการจึงควรช่วยกำกับในเรื่อง
-ความสม่ำเสมอของจำนวนครั้งที่ฝึก
-ระยะเวลา
-การกำหนดช่วงที่จะฝึกได้ในชีวิตประจำวัน
-การให้กำลังใจ
6. การยุติบริการ
เมื่อผู้ให้บริการได้ซักซ้อมการฝึกปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ผู้รับบริการกลับไปฝึกต่อที่บ้าน อาจมีการติดตามประเมินผล แล้วแต่กรณีและหากผู้รับบริการสามารถฝึกได้จนคล่อง ผู้รับบริการจะสามารถจัดการกับความเครียดได้ในทันทีและยุติบริการ
ในกรณีที่ผู้รับบริการยังมีปัญหาตกค้าง และต้องการที่จะรับบริการในด้านอื่น ๆ ต่อ เช่น การขอรับการปรึกษา ในเรื่องของการดูแลหรือการบำบัดรักษาด้านอื่นอาจทำการส่งต่อได้และยุติบริการ

