แนะใช้ยาสามัญประจำบ้าน
แนะใช้ยาสามัญประจำบ้าน
ผศ.พญ.สมฤดี ฉัตรสิริเจริญกุล
ภาควิชาเภสัชวิทยา
Faculty of
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
คนเราหากเจ็บป่วยเล็กน้อย ก็มักจะหันไปพึ่งยาสามัญประจำบ้าน แม้มีประโยชน์ แต่ถ้าใช้ไม่ถูกก็เป็นอันตรายได้เช่นกัน
ตัวอย่างเช่น พาราเซตามอล เป็นยาลดไข้แก้ปวดที่ใช้กันมากที่สุด มีความปลอดภัย ไม่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร แต่ก็ไม่ควรใช้ยาเกิน 8 เม็ดต่อวัน และในเด็กให้ใช้ 10 15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สิ่งสำคัญคือ ถ้าใช้ยาเกินขนาด เช่น มากกว่า 20 เม็ดต่อวัน จะเป็นพิษต่อตับ และทำให้ตับวาย อันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ
ส่วน คลอร์เฟนิรามีน เป็นยาที่ใช้ลดน้ำมูกใส ๆ และบรรเทาอาการแพ้ หรืออาการคัน ยานี้จะทำให้ง่วงนอน จึงไม่ควรใช้ ถ้าต้องขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรกลเพราะอาจเกิดอันตรายได้ และการใช้ยาอาจทำให้คอแห้ง ใจสั่น หรือมีเสมหะเหนียวข้น ขับออกยาก ผู้ที่ไอและมีเสมหะจึงไม่ควรรับประทานยาชนิดนี้ และยาที่นิยมใช้แก้ไอ ชนิดน้ำดำ ที่ถูกต้องควรรับประทานตามเวลาที่กำหนด คือวันละ 3 4 ครั้ง แต่ส่วนใหญ่มักใช้จิบเวลาไอ ซึ่งจะทำให้ได้รับทิงเจอร์ ฝิ่นมากเกินไป เกิดอาการง่วง มึนงง คลื่นไส้ ท้องผูก และต้องระวัง หากนำไปใช้กับผู้ที่ไอและมีเสมหะเหนียว หรือไอจากหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ จะทำให้เสมหะเหนียวมากขึ้นและไปอุดกั้นทางเดินหายใจทำให้หยุดหายใจได้เช่นกัน
สำหรับการรับประทานยาให้ได้ผล ถ้าเป็นยาก่อนอาหาร ให้รับประทานในช่วงท้องว่าง ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้ยาถูกดูดซึมและออกฤทธิ์ได้เต็มที่ ส่วนยาหลังอาหาร โดยทั่วไปควรรับประทานหลังอาหาร ประมาณ 15-30 นาที ยกเว้นยาบางชนิดที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารควรรับประทานหลังอาหารทันที สำหรับยาก่อนนอน ควรรับประทานก่อนเข้านอนประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง จะช่วยให้ยาออกฤทธิ์ในช่วงกลางคืน
อย่างไรก็ตามเนื่องจากยามีหลากหลายชนิดและมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนั้นการใช้ยาควรเพิ่มความระมัดระวัง ใช้ยาให้ถูกโรค ถูกคน ถูกเวลา และถูกขนาด ตามที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดและไม่ควรวิเคราะห์สาเหตุของโรคแทนผู้อื่น หรือนำยาที่ตนเองเคยใช้ไปให้ผู้อื่นรับประทาน ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายจากการใช้ยาโดยไม่รู้ตัว

